|
|
|
|
| |
ด้วย ความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างมืออาชีพ สรรค์สร้างรูปแบบสินค้าและบริการที่ทันสมัย และพร้อมที่จะสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ภายใต้ปรัญชาแห่งการให้บริการลูกค้าดุจเพื่อนสนิทที่ไว้วางใจ
"อาคเนย์ เพื่อน...ที่คุณวางใจ " |
|
|
| |
|
 |
การประกันชีวิตแบบตลอดชีพแตกต่างกับการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์อย่างไร ? |
|
 |
| |
| |
การประกันชีวิตแบบตลอดชีพแตกต่างกับการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ดังนี้
1. การประกันชีวิตแบบตลอดชีพเป็นการประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองระยะยาว คือ ตลอดชีวิตของผู้เอาประกัน ส่วนการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นการประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองภายในระยะเวลาของสัญญา เช่น 10 ปี 20 ปี หรือจนถึงผู้เอาประกันมีชีวิตครบ 60 ปี เป็นต้น
2. การประกันชีวิตแบบตลอดชีพและแบบสะสมทรัพย์ แม้ว่าจะเป็นการประกันชีวิตที่ให้ทั้งความคุ้มครองและเป็นการออมทรัพย์ด้วยในขณะเดียวกันก็ตามแต่มีข้อแตกต่างกันตรงที่ว่าการประกันชีวิตแบบตลอดชีพให้ประโยชน์ในด้านความคุ้มครองมากกว่าการออมทรัพย์ แต่การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ให้ประโยชน์ในด้านการออมทรัพย์มากกว่าความคุ้มครอง
3. วัตถุประสงค์ของการประกันชีวิตแบบตลอดชีพก็เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้เอาประกัน โดยบริษัทจะจ่ายจำนวนเงินซึ่งเอาประกันไว้ให้กับผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย โดยไม่คำนึงว่าผู้เอาประกันจะถึงแก่ความตายลงเมื่อใด ส่วนการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์มีวัตถุประสงค์ทั้งในด้าน ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้เอาประกันและให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันในขณะเดียวกัน กล่าวคือ ถ้าผู้เอาประกันถึงแก่ความตายลงภายในระยะเวลาของสัญญา บริษัทก็จะจ่ายจำนวนเงินซึ่งเอาประกันไว้ให้กับผู้รับประโยชน์ แต่ถ้าผู้เอาประกันยังคงมีชีวิตรอดอยู่จนครบกำหนดสัญญา บริษัทก็จะจ่ายจำนวนเงินซึ่งเอาประกันไว้ให้กับตัวผู้เอาประกันเอง
4. การประกันแบบตลอดชีพมีอัตราเบี้ยประกันต่ำกว่าการประกันแบบสะสมทรัพย์
ผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวมีลูกยังเล็ก ๆ มีรายได้ยังไม่มากนัก ควรทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่อยู่ในอุปการะ ส่วนผู้ที่มีอายุอยู่ในวัยกลางคน เช่น 40 ปี มีรายได้ค่อนข้างสูง อาจเลือกทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพหรือแบบสะสมทรัพย์ก็ได้ ถ้าเลือกแบบสะสมทรัพย์ ควรเลือกแบบที่มีอายุครบสัญญาเมื่อผู้เอาประกันมีอายุครบ 60 ปี เพราะเมื่อตนเองมีอายุครบ 60 ปี จะได้รับจำนวนเงินซึ่งเอาประกันไว้เป็นค่าใช้จ่ายในยามชรา
|
|
|
|
|