หน้าแรก คำถาม-คำตอบ แผนผังเว็บไซต์ ตัวแทนประกันชีวิต ติดต่อกับเรา  
 

 
  หน้าแรก/บริการด้วยใจ/แนะนำใช้บริการต่างๆ
   
 
แนะนำใช้บริการต่างๆ
 
 
นอกเหนือจากรูปแบบกรมธรรม์ที่มีให้เลือกอย่างเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า อาคเนย์ประกันชีวิตยังได้สรรค์สร้างงานบริการลูกค้า เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายตลอดอายุสัญญาความคุ้มครองของกรมธรรม์
+ บริการด้านการชำระเบี้ยประกัน
+ บริการผู้ถือกรมธรรม์
+ บริการเรียกร้องสินไหมทดแทน
+ บริการพิเศษ อาคเนย์ เฮลท์ เครดิต (Health Credit)
+ บริการรับเรื่องร้องเรียน
+ บริการด้านการพิจารณารับประกัน
+ บริการพิเศษ รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (กรมธรรม์ PA)
   
บริการด้านการพิจารณารับประกัน
+ ฝ่ายรับประกัน
+ ข้อแนะนำการใช้บริการ
ขั้นตอนในการขอเอาประกันภัย
เมื่อผู้มุ่งหวังตกลงทำขอเอาประกันภัยกับบริษัทแล้ว ตัวแทนประกันชีวิตหรือฝ่ายขาย จะนำส่งใบคำขอเอาประกันชีวิตพร้อมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว และประวัติสุขภาพของผู้ขอเอาประกันภัย มายังฝ่ายพิจารณารับประกัน สำนักงานใหญ่ เพื่อทำการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลของผู้ขอเอาประกันภัย ฝ่ายพิจารณารับประกันจะเป็นผู้ทำการประเมิน และจัดระดับความเสี่ยงภัยของผู้ขอเอาประกันภัย และจะกำหนดว่าบริษัทควรรับประกันชีวิตของผู้ขอเอาประกันภัยในระดับใด โดยจะใช้ระยะเวลาดำเนินการในการพิจารณารับประกันในรายปกติ ไม่เกิน 15 วันทำการ นับแต่วันที่บริษัทได้รับใบคำขอเอาประกันและเอกสารประกอบครบถ้วน หรือในกรณีจำเป็นที่บริษัทต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกว่ากรณีปกติ บริษัทจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ไม่เกิน 30 วันทำการ นับแต่วันที่บริษัทได้รับใบคำขอเอาประกันและข้อมูลประกอบการพิจารณาครบถ้วน
เอกสารประกอบการพิจารณารับประกัน (ใบคำขอเอาประกันชีวิต)
  ผู้ขอเอาประกันภัยอายุ 30 วัน - 5 ปี
 
+ ใบคำขอเอาประกันชีวิตแบบผู้เยาว์
+
สำเนาสมุดบันทึกการเจริญเติบโตของผู้เยาว์ทุกหน้า  พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
+ สำเนาสูติบัตรของผู้เยาว์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
+
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครองผู้เยาว์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ( กรณีบิดาหรือมารดาของผู้เยาว์เสียชีวิตแล้ว ให้แนบสำเนาใบมรณบัตรของบิดาหรือมารดา พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
+
หนังสือแจ้งความจำนงขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร และสำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ชำระเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ในใบคำขอเอาประกันชีวิต (ที่ถ่ายชัดเจนอ่านหมายเลขบัญชีได้)
+ เบี้ยประกันภัย พร้อมสำเนาใบรับเงินชั่วคราว
  ผู้ขอเอาประกันชีวิตอายุ 6 ปี - 14 ปี
 
+ ใบคำขอเอาประกันชีวิตแบบผู้เยาว์
+
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เยาว์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
+
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครองผู้เยาว์ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีบิดาหรือมารดาของผู้เยาว์เสียชีวิตแล้ว ให้แนบสำเนาใบมรณบัตรของบิดาหรือมารดา พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
+
หนังสือแจ้งความจำนงขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคาร และสำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ชำระเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ในใบคำขอเอาประกันชีวิต (ที่ถ่ายชัดเจนอ่านหมายเลขบัญชีได้) เบี้ยประกันภัย พร้อมสำเนาใบรับเงินชั่วคราว
  ผู้ขอเอาประกันอายุ 15 ปี - 65 ปี
+ ใบคำขอเอาประกันชีวิตแบบสามัญ
+

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอเอาประกันภัยพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีสามีหรือภรรยาเสียชีวิตแล้วให้แนบสำเนาใบมรณบัตรของสามีหรือภรรยาพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง )

+
หนังสือแจ้งความจำนงขอรับเงินผลประโยชน์ ตามกรมธรรม์ผ่านบัญชีธนาคารและสำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ของผู้ขอเอาประกันภัยหรือของผู้ชำระเบี้ยประกันภัย (ที่ถ่ายชัดเจนอ่านหมายเลขบัญชีได้)
+
อายุ 15-19 ปี หนังสือแจ้งความจำนงขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ของผู้ชำระเบี้ยประกันภัยหรือของผู้ขอเอาประกันภัย
+ อายุ 20-65 ปี หนังสือแจ้งความจำนงขอรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ของผู้ขอเอาประกันภัย
+ เบี้ยประกันภัย พร้อมสำเนาใบรับเงินชั่วคราว
หมายเหต กรณีผู้ขอเอาประกันภัย , ผู้ปกครองของผู้เยาว์ มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล โปรดแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณารับประกันเรื่องฐานะทางการเงินตามประเภทของการ
ประกันและวงเงินเอาประกัน
 
+ ประเภทบุคคลธรรมดา (Personal Insurance)
+ ทุนประกันตั้งแต่ 1,000,000 – 3,000,000 บาท
- บันทึกการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของผู้ขอเอาประกันภัย
+ ทุนประกันมากกว่า 3,000,000 – 6,000,000 บาท
- บันทึกการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของผู้ขอเอาประกันภัย
- รายการบัญชีเงินฝาก (Statement) ย้อนหลังจากปัจจุบันไม่เกิน 6 เดือน
+ ทุนประกันมากกว่า 6,000,000 บาท
- บันทึกการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของผู้ขอเอาประกันภัย
- รายการบัญชีเงินฝาก (Statement) ย้อนหลังจากปัจจุบันไม่เกิน 6 เดือน
- งบการเงิน (Financial Statement) (งบกำไร-ขาดทุน-งบดุล)
หลักฐานประกอบอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น
 
 
-
สำเนาเอกสารหลักฐานการชำระภาษีเงินได้
-
สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท, ห้างหุ้นส่วน
-
สำเนาหนังสือบริคนห์สนธิ
-
สำเนาโฉนดที่ดิน
+ การประกันธุรกิจ (Business Insurance)
+ ทุนประกันตั้งแต่ 1,000,000 – 3,000,000 บาท
- บันทึกการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของผู้เอาประกันภัย
- แบบสอบถามฐานะทางการเงิน
+ ทุนประกันมากกว่า 3,000,000 บาทขึ้นไป
- บันทึกการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของผู้เอาประกันภัย
- แบบสอบถามฐานะทางการเงิน
- งบการเงิน  (งบกำไร-ขาดทุน-งบดุล)
- สำเนาหนังสือบริคนห์สนธิ
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท, ห้างหุ้นส่วน (ถ้ามี)
ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการพิจารณารับประกัน
+ การแถลงข้อมูลในใบคำขอเอาประกันชีวิต
ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้จากการแถลงของผู้ขอเอาประกันภัย บริษัทจะยึดถือความสุจริตของผู้ขอเอาประกันภัยในการแถลง (Good  Faith) ในใบคำขอฯ   หากกรณีที่ผู้ขอเอาประกันภัยปกปิดข้อเท็จจริง ซึ่งมีผลต่อการพิจารณารับประกัน (Non – disclosure) และ หากบริษัททราบภายใน 2 ปี นับจากวันที่รับประกัน (หรือวันที่มีการขอ Reinstate) บริษัทมีสิทธิที่จะบอกล้างกรมธรรม์ เนื่องจากกรมธรรม์นี้เป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865
+
อายุ เพื่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และความเสี่ยงภัยของผู้ขอเอาประกันภัย ถ้าผู้ขอเอาประกันภัยมีอายุมาก ความเสี่ยงภัยในเรื่องสุขภาพจะมีมากกว่าผู้ขอเอาประกันภัยที่มีอายุน้อย
+
อาชีพ เพื่อการกำหนดความเสี่ยงภัยซึ่งมีผลต่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย หรือการพิจารณารับประกัน อาชีพที่มีความเสี่ยงสูง บริษัทอาจจะมีการกำหนดเบี้ยประกันภัยพิเศษเพิ่ม หรืออาจปฏิเสธการรับประกันภัย
+
ประวัติส่วนตัว เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาและประเมินความเสี่ยงภัยที่แม่นยำขึ้น บริษัทจะกำหนดให้ผู้ขอเอาประกันภัยแถลงข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ประวัติครอบครัว โดยจะเป็นข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้ขอเอาประกันภัยและบุคคลในครอบครัว เพราะโรคบางโรคสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ เช่น โรคทาลัสซีเมีย, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง ฯลฯ
+
ฐานะและรายได้ของผู้ขอเอาประกันภัย เพื่อประกอบการพิจารณาความเหมาะสมระหว่างรายได้ของ ผู้ขอเอาประกันชีวิตและทุนประกันที่ขอเอาประกันชีวิต เพื่อประโยชน์ในการรักษาความคงอยู่ของกรมธรรม์ บริษัทอาจพิจารณาให้มีการลดทุนประกันลงเพื่อความเหมาะสมกับฐานะการเงิน และความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยของผู้เอาประกันภัย
+
สุขภาพ เพื่อประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงภัยด้านสุขภาพของผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ผู้ขอเอาประกันภัยมีสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์ หรือเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ อาจทำให้เบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรืออาจถูกปฏิเสธการรับประกันได้
ทั้งนี้ บริษัทอาจมีการเรียกตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ในกรณีที่เหตุอันสงสัยในข้อมูลและประวัติของผู้ขอเอาประกันภัย
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายรับประกัน
โทร. 0 2631 1331 ต่อ 210 , 258